โครงการ
“ ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต ”
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
______________________________________________________
|
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา
ขอเชิญเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ด้วยการ “ไหว้พระนอน” ในโครงการ “ไหว้พระขอพร 9
พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีวัดจำนวนมากเป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย และล้วนเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวและไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร แต่ในครั้งนี้ จะขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดที่มี “พระนอน” หรือที่เรียกว่า “พระพุทธไสยาสน์” ประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอยู่มากกว่า 9 วัด ให้ได้สักการะบูชา เสริมสิริมงคลแก่ชีวิตพร้อมรับแต่สิ่งดี ๆ ในโครงการ “ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนี้
1. พระนอนวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา
![]()
วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ทางด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม เป็นวัดโบราณเดิมชื่อ
"วัดเสื่อ" มีวิหารพระพุทธไสยาสน์ อยู่ติดกับพระเจดีย์องค์ใหญ่
ซึ่งพระวิหารนี้สร้างขวางกับแนวพระอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์เป็นศิลปะแบบอยุธยา
ประกอบด้วยศิลาเป็นท่อนๆ นำมาเรียงต่อกันแล้วสลักเป็นองค์พระมีขนาดยาว
14.2 เมตร แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระมหาธาตุ รัชกาลที่ 5
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวิหารพระนอนขึ้นในวัดแล้วอัญเชิญพระพุทธ
ไสยาสน์จากวัดมหาธาตุมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้
ถ้าใครได้มาสักการะ จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและประสบความโชคดี
|
2. พระนอนวัดสามวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ในพงศาวดาร เรียกว่า “วัดสามพิหาร”
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยาตอนต้น
แต่พุทธลักษณะคล้ายได้รับอิทธิพลแบบสุโขทัย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น
“วัดสามวิหาร” เนื่องจากแต่เดิมมีทั้งหมด 3 วิหาร คือ วิหารพระนอน
วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลือเพียง 2 วิหาร คือ วิหารพระนอน
และวิหารพระนั่ง เท่านั้น สันนิษฐานว่าสถานที่สำคัญต่างๆ ของวัดนี้
ถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310
เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดแห่งหนึ่งที่พม่าเลือกเป็นชัยภูมิในการตั้งฐานทัพ
เมื่อครั้งยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุง
ถ้าใครได้สักการะจะได้รับความเมตตามหานิยม
|
3. พระนอนวัดโลกยสุทธา อำเภอพระนครศรีอยุธยา
![]()
พระพุทธไสยาสน์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา
และเป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยสมเด็จพระ
นครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ.1995
องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน ขนาดยาว 42 ม. สูง 8 ม.
มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม
24 ต้น
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับความเมตตามหานิยม
4. พระนอนวัดธรรมิกราช อำเภอพระนครศรีอยุธยา
วัดที่สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า
สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต่อมา มีการสร้างพระวิหาร
ซึ่งตามประวัติกล่าวว่า สร้างโดยพระมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เนื่องจากทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากพระราชธิดาทรงหายจากอาการประชวรแล้ว
จะสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ถวาย องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน
มีความยาวประมาณ 12 เมตร กลางฝ่าพระบาททำตามคติมหาปุริสลักษณะ
โดยทำเป็นรูปจักรปูนปั้นนูนออกมาจากฝ่าพระบาทตามความงามของคติช่าง
นอกเหนือจากชมความงามขององค์พระนอนแล้ว
นักท่องเที่ยวยังนิยมนำน้ำพระพุทธมนต์ในพระวิหารนี้กลับไปบ้านเพื่อเป็นสิริ
มงคล เนื่องจากเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้เมตตามหานิยม มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากพระพุทธไสยาสน์นี้สร้างขึ้นด้วยอานิสงส์แห่งแรงอธิษฐาน
|
5. พระนอนวัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา
เป็นวัดที่มีเจดีย์ทรงระฆังองค์ใหญ่
สัญลักษณ์แห่งชัยชนะขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เดิมชื่อสำนักสงฆ์ป่าแก้วที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
องค์ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาพระวิหารให้เป็นพระอารามใน พ.ศ.
1900 โดยพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดป่าแก้ว”
ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ
และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในศึกยุทธหัตถี โดยทรงพระราชทานนามว่า
“เจดีย์ชัยมงคล” พร้อมกันนั้น ได้ทรงโปรดฯ ให้สร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์
เพื่อเป็นที่ถวายสักการะและบูชาพระปฏิบัติกรรมฐาน ปัจจุบัน
วิหารแห่งนี้หลงเหลือเพียงเสาสองต้นและกำแพงบางส่วนหลังองค์พระพุทธไสยาสน์
ซึ่งได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รู้ถึงการอภัยทาน และได้เมตตามหานิยม
6. พระนอนวัดพนมยงค์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
วัดพนมยงค์ หรือวัดแม่นมโยง
เป็นนามของแม่นมของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ปฎิบัติดี
มีใจสัตย์ซื่อและยึดถือคุณธรรมในการดำเนินชีวิต
เมื่อหมดอายุขัยลงพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น จึงได้โปรดเกล้าฯให้สร้างวัด
อุโบสถและวิหารพระนอนองค์ใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของกรุงเก่า
ริมคลองเมือง เยื้องหน้าโรงเรียนประตูชัย ตำบลท่าว่าสุกรี
สันนิษฐานว่าสร้างพระนอนองค์ใหญ่ทำด้วยปูนปั้นสวยงาม
พุทธลักษณะคล้ายศิลปะสมัยสุโขทัย เพราะพระศกท่านคล้ายก้นหอยขม
และเข้าใจว่าแม่นมยงค์น่าจะเกิดวันอังคารจึงได้สร้างพระนอนองค์ใหญ่ไว้ประจำ
วัด เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามของแม่นมยงค์
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับโชคลาภและหายจากการเจ็บป่วย
7. พระนอนวัดพุทไธศวรรย์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ราว พ.ศ.1896 ในบริเวณ “เวียงเหล็ก” หรือ
“เวียงเล็ก” ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ประทับเดิมของพระองค์ ภายในบริเวณ
มีวิหารพระพุทธไสยาสน์
ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงผนังและกรอบหน้าต่างบางส่วน
และองค์พระพุทธไสยาสน์ก่อด้วยอิฐถือปูน ซึ่งมีพุทธลักษณะพิเศษ คือ
เป็นหนึ่งในพระพุทธไสยาสน์ของอยุธยาเพียงไม่กี่องค์ที่แสดงลักษณะการวางพระ
บาทเหลื่อม อันเป็นพุทธลักษณะคล้ายการนอนตะแคงของคนทั่วไป นอกจากนั้น
พระพาหาและพระกรที่พับวางราบด้านหน้า
ในลักษณะหงายพระหัตถ์เพื่อรองรับพระเศียรนั้น
เป็นรูปแบบที่นิยมมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี อู่ทอง
แตกต่างจากพระนอนในอิทธิพลศิลปะสุโขทัยที่พบในเขตเกาะเมืองอยุธยา
ซึ่งมักจะตั้งพระกรขึ้นและหงายพระหัตถ์รองรับพระเศียรอยู่บนพระเขนย
จึงนับเป็นตัวอย่างในการศึกษาพุทธศิลป์ในสมัยอยุธยาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
8. พระนอนวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ
เหตุที่เรียกว่าวัดสะตือนั้น เนื่องจากในอดีต
มีต้นสะตือใหญ่อยู่บริเวณภายในวัด สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง
โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ในบริเวณวัดนี้เป็นสถานที่ที่คุณโยมมารดาของพระคุณเจ้าสมเด็จฯ
เคยขึ้นจากเรือมาผูกอู่เปลเห่กล่อมลูกในวัดมี “พระนอนองค์ใหญ่”
หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย
ที่นอกจากประชาชนจะมากราบไหว้บูชาแล้ว ยังนิยมมาบนบานขอพร
เมื่อสำเร็จดังประสงค์แล้วมักแก้บนด้วยขนมจีน
หรือว่าจ้างขบวนแตรวงแห่ไปรอบองค์พระ
ถ้าใครมาสักการะ ถือว่าจะแคล้วคลาดจากความชั่วร้าย และขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากตน พร้อมรับเมตตามหานิยม
9. พระนอนวัดไม้รวก อำเภอท่าเรือ
ชาวบ้านเรียกว่า “วัดรวก”
เนื่องจากสันนิษฐานว่าบริเวณวัดนี้น่าจะปกคลุมไปด้วยป่า และต้นไผ่
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
และมาบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 3
มีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ในเขตกำแพงแก้ว และ
ยัง
มีพระพุทธรูปไม้สักแกะสลัก ลงรักปิดทองหลายองค์
ซึ่งในปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์พระมีความยาวขนาด 7 ม.
นอกจากนี้ ยังมีวิหารเก่าแก่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างรัตนโกสินทร์
สมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย
ถ้าได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ประสบโชคดี สุขภาพแข็งแรง
10. พระนอนวัดสุวรรณเจดีย์ ตำบลบ้านขวาง อำเภอมหาราช
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เนื่องจากบริเวณวัดมีเจดีย์เก่าสมัยอยุธยา
ภายในบรรจุพระพุทธรูปทองคำขนาดต่างๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “วัดสุวรรณเจดีย์”
ภายในวิหารมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่
ลักษณะพระพักตร์งดงามเป็นศิลปะสุโขทัยผสมอยุธยา
พระเขนยเป็นลายแผงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบรัตนโกสินทร์
ซึ่งเป็นลายไทยทรงพุ่มแบบหนึ่งที่มีโครงภายนอกคล้ายดอกบัว
ส่วนภายในตกแต่งด้วยลวดลายละเอียดประณีตงดงามยิ่งนัก
ส่วนอีกองค์หนึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
ประดิษฐานอยู่ในกุฏิหลังใหญ่ของวัด
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดี ประสบความสำเร็จสมปรารถนา
11. พระนอนวัดพิกุลโสคันธ์ อำเภอบางบาล
วัดพิกุล อยู่ในอำเภอบางบาล
เป็น
วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา เล่ากันว่า
วัดพิกุลไม่เคยเป็นวัดร้างเลย แม้สมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกก็ตาม
วัดแห่งนี้เฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อหลวงพ่อปั้นเป็นเจ้าอาวาส
เนื่องจากท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก
ท่านได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 ถวายพระนามว่า พระโสคันธ์
แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า หลวงพ่อโส เป็นพระนอนขนาดใหญ่
ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์
จึงนิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
ถ้าได้มาสักการะ จะประสบความโชคดีและประสบผลสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
12. วัดบางปลาหมอ อำเภอบางบาล
วัดบางปลาหมอ อยู่ในอำเภอบางบาล วัดบางปลาหมอ
เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดประชุมญาติ
เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 กลายเป็นวัดร้างไป ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5
หลวงปู่สุ่น
นอกจากเก่งในทางวิปัสสนาแล้วท่านยังเป็นพระที่มีวิชาในทางรักษาโรคด้วย
ต่อมาชื่อวัดได้เพี้ยนไปกลายเป็น บางปลาหมอ จนปัจจุบัน ในสมัยรัชกาลที่ 5
โดยหลวงปู่สุ่นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด
ในยุครัตนโกสินทร์ได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ ถวายนามว่า
พระไสยาสน์มงคลสรรเพชญ์
แต่เดิมพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำน้อยถึงหน้าน้ำก็มักจะ
ถูกน้ำท่วมเกือบทุกปี จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำวัดภาษีเจริญ
ได้มาเห็นสภาพท่านจึงเป็นผู้นำชาวบ้านให้ช่วยกันชะลอพระนอนจากริมแม่น้ำขึ้น
มายังที่ประดิษฐานปัจจุบัน การย้ายครั้งนั้นองค์เกิดเสียหาย
ทำให้ได้ทราบว่า โครงสร้างภายในทำด้วยโอ่งจำนวนหลายสิบใบนำมาเรียงกัน
เมื่อเคลื่อนย้ายโอ่งจึงแตกรักษาไว้ได้เพียงพระเศียร และพระกร
ส่วนอื่นต้องก่ออิฐถือปูนขึ้นรูปใหม่
แล้วบุด้วยทองเหลืองเช่นที่เห็นทุกวันนี้
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดีเป็นสิริมงคล ทำการค้าร่ำรวย
สุดท้ายขออวยพรให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวไหว้พระนอน ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้สามารถดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุขต่อไป
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 6076-7 หรือที่เว็บไซด์ www.tourismthailand.org/ayutthay
|
วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต
ป้ายกำกับ:
เสริมสิริมงคล,
ไหว้พระ9วัด,
ไหว้พระขอพร
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ยัง
มีพระพุทธรูปไม้สักแกะสลัก ลงรักปิดทองหลายองค์
ซึ่งในปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์พระมีความยาวขนาด 7 ม.
นอกจากนี้ ยังมีวิหารเก่าแก่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างรัตนโกสินทร์
สมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย
ซึ่งเป็นลายไทยทรงพุ่มแบบหนึ่งที่มีโครงภายนอกคล้ายดอกบัว
ส่วนภายในตกแต่งด้วยลวดลายละเอียดประณีตงดงามยิ่งนัก
ส่วนอีกองค์หนึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
ประดิษฐานอยู่ในกุฏิหลังใหญ่ของวัด
เป็น
วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา เล่ากันว่า
วัดพิกุลไม่เคยเป็นวัดร้างเลย แม้สมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกก็ตาม
วัดแห่งนี้เฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อหลวงพ่อปั้นเป็นเจ้าอาวาส
เนื่องจากท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก
ท่านได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 ถวายพระนามว่า พระโสคันธ์
แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า หลวงพ่อโส เป็นพระนอนขนาดใหญ่
ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์
จึงนิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น